เทศน์เช้า วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๓
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรม ตั้งใจฟังธรรม
ฟังธรรมคือสัจธรรม สัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเกิดในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มันเกิดในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุข วิมุตติสุข สิ่งที่วิมุตติสุขมันเหนือวัฏฏะ เหนือโลก เหนือสมมุติบัญญัติ เหนือวิทยาศาสตร์ เหนือการคาดหมาย เหนือสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น
ถ้าไม่เหนือสิ่งใดมันพ้นจากโลกไปไม่ได้ มันมีแรงดึงดูด มีแรงโน้มถ่วงที่อยู่ด้วยกันตลอดไป แต่มันมีในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะอะไรล่ะ? มันมีในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะอาสวักขยญาณ อาสวักขยญาณทำลายอวิชชาในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาทำลายกิเลสในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว มันเป็นสิ่งสัจธรรมที่สูงส่ง
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม เอหิ ภิกขุ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบวชให้ ๑,๒๕๐ องค์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้บวชให้ เหมือนพ่อแม่เป็นผู้คลอดออกมาเอง แล้วพ่อแม่ก็เลี้ยงดูสั่งสอนอบรมมาจนเป็นคนที่ดี
นี่ก็เหมือนกัน เวลาเอหิ ภิกขุเป็นผู้บวชให้ เป็นผู้สั่งสอนให้ เป็นผู้ชี้ทาง เป็นผู้ที่สิ้นกิเลสไปเป็นพระอรหันต์เหมือนกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเป็นพระอรหันต์ในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของตน สิ่งที่สัจธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระธรรม พระธรรมคือธรรมอันนั้น เวลาธรรมอันนั้นขึ้นมา เห็นไหม สัจธรรมอันนั้นเราเป็นชาวพุทธไง
เราเป็นชาวพุทธ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเป็นความว่างๆ ว่างๆ ว่างๆ แต่กูต้องยืนอยู่บนหัวพวกความว่างนั้น กูต้องยืนอยู่บนหัวมึงไง กูถึงจะว่างไง ถ้ากูอยู่ใต้มึงกูว่างไม่ได้ มันไม่ใช่ ความเสมอภาค ความเสมอภาค ความเป็นธรรมไง
ดูสิดูเวลาเกิดภัยพิบัติ ถ้ามันเป็นความเป็นธรรมนะ มีมากเราก็แบ่งปันกันพอประมาณ มีน้อยเราก็แบ่งปันกันโดยความเป็นธรรม ถ้ามันเป็นธรรมมันจะไม่เกินความขัดความแย้งกัน ถ้ามันเป็นธรรม มันไม่เป็นธรรม มันมีผู้เอารัดเอาเปรียบ มันมีผู้แสวงหาผลประโยชน์ แสวงหาผลประโยชน์ในความเดือดร้อนของคน แสวงหาผลประโยชน์ในชีวิตของคน นั่นน่ะจิตใจคิดด้วยอะไร หน้าไหว้หลังหลอกนะ หน้าตานี่แหม! เป็นผู้มีคุณธรรม หน้าระรื่นเชียว แต่ในหัวใจมันน่ะมันเห็นแก่ตัว มันเห็นแก่ตัวไง
ถ้ามันเป็นความเป็นธรรม เห็นไหม ดูเชื้อโรค ความเป็นธรรมก็แบ่งให้เท่ากันไหม ต้องติดเหมือนกันหมดไหม มันเป็นธรรมไหม เป็นธรรมไหม
สิ่งที่เป็นธรรม เป็นธรรม สิ่งที่เป็นธรรม ทุกสิ่งเรารู้ว่าผิดชอบชั่วดี อะไรที่ชั่ว อะไรที่หยาบ อะไรที่ไม่ดีไม่ควรทำ เราไม่ทำ เพราะทำไปแล้วมันไปลิดรอนสิทธิ์คนอื่น มันไปเอาเปรียบคนอื่นไง คนอื่นนะสิทธิของเขาทุกคนมีสิทธิ์นะ
ในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ มนุษย์โง่กว่าสัตว์ เวลาสัตว์ สัตว์ป่ามันอยู่ตามธรรมชาติของมัน มนุษย์อยู่ด้วยกันเป็นสัตว์สังคม สัตว์สังคมต้องมีกติกา ต้องมีกฎหมาย เวลากฎหมายก็รอนสิทธิ์ของเราไง ว่าเป็นสิทธิ์ เป็นสิทธิ์ เป็นสิทธิ์ เป็นสิทธิ์ของเอ็ง แต่เอ็งเหยียบย่ำสิทธิ์คนอื่น เป็นสิทธิ์ของเอ็ง แต่เอ็งทำลายคนอื่น เป็นสิทธิ์ของเอ็ง เขาก็มีสิทธิ์ มันสิทธิ์เหมือนกัน ถ้าสิทธิ์เหมือนกัน เรามีสติมีปัญญาของเรา เรามีสติมีปัญญา
ที่ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม มันวิมุตติสุขในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีคุณธรรม ไม่มีกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ไม่มีมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีการเหยียบย่ำทำลายใคร
ทีนี้ถ้ามันเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรามีตัวตนของเรา เรามีกิเลสตัณหาความทะยานอยากของเรา สิ่งใดที่ว่าเราเป็นธรรม เป็นธรรม เวลาเป็นพรรคฝ่ายค้านมันพูดดีทุกคนน่ะ พอเป็นรัฐบาลเหมือนกันหมดเลย พอเป็นฝ่ายค้านมันเห็นผิดหมดเลย นั่นผิด ผิด ผิด เวลาเป็นรัฐบาล เพราะผลประโยชน์มันอยู่ตรงหน้าไง เวลาไม่มีผลประโยชน์มาเร้ามันทำอะไรเป็นคนดีทั้งนั้นน่ะ ลองมีผลประโยชน์เข้ามา มีกิเลสตัณหาความทะยานอยาก อยากดัง อยากใหญ่ อยากเหยียบย่ำ อยากทำลายคนอื่นเข้ามา มันทำลายเขาแล้ว
แต่ถ้ามันไม่มี เราไม่มี เราเป็นคนเหมือนกัน เสมอภาคเหมือนกัน เราทำอะไรด้วยความเสมอภาคไง พระเรามีธรรมและวินัย วินัย วินัยบัญญัติ วินัยต้องตัดสินโดยความถูกต้อง ผิดถูกด้วยความชัดเจน ถ้าเป็นธรรม เป็นธรรม เห็นไหม เป็นธรรม เวลาธรรมของเรา เด็กมันก็กินน้อยกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็กินมากหน่อย คนแก่ก็กินน้อยหน่อย เพราะคนแก่ชราคร่ำคร่าแล้วกินอะไรไม่ได้แล้ว คำว่า “ความเป็นธรรม” ไง
ธรรม เวลาธรรมมันอยู่ที่จริตนิสัย อยู่ที่อำนาจวาสนา อยู่ที่กิเลสหนา กิเลสบาง ถ้ากิเลสคนหนา กิเลสคนหนานะ ไม่ผิด ไม่ผิด ฉันทำดี ฉันทำดี ทำดีของใคร
เวลาทำดี อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเท่านั้นเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนเท่านั้นเห็นความผิดของตน ตนเท่านั้นที่สำรอกคายกิเลสของตน ตนเท่านั้น แล้วตนอยู่ไหน ไม่เห็น ส่งออกหมด นี่ไงมันถึงไม่มีไง สิ่งที่ว่าไม่มี ไม่มี สิ่งที่ทำไม่ได้ไง
สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง ความเป็นอนิจจังมันมีของมันอยู่แล้ว ต้นไม้ภูเขาเลากามันมีของมันอยู่แล้ว มันแปรสภาพของมันเป็นเรื่องธรรมดา แล้วตัวตนเราล่ะไม่เห็น ไม่เห็น ทุกอย่างก็เป็นธรรมดา ธรรมดาหมดไง ธรรมดาที่ว่า นี่ไงไม่เป็นธรรมไง ธรรมดาที่เหยียบย่ำทำลายเขาไง ธรรมดาที่จะเอาเปรียบเขาไง แล้วเอาเปรียบเขา เอาเปรียบเขา นี่เอาเปรียบเขานะ
แต่เวลาเอาเปรียบหัวใจล่ะ หลวงตาท่านสอนนะ หัวใจของเราเรียกร้องความช่วยเหลือ เรียกร้องความช่วยเหลือนะ อยากเป็นอิสรเสรีภาพ ไม่อยากตกอยู่อุ้งมือของกิเลสตัณหาความทะยานอยาก มันเรียกร้องความช่วยเหลือตลอดเวลา แต่เราไม่เคยหันมาดูหัวใจของเราเลยไง เราไปดูโลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศไง ธรรมะเก่าแก่ไง การชนะคะคานกัน แพ้ชนะกัน เห็นไหม มันสร้างเวรสร้างกรรมทั้งสิ้น จะเอาแพ้เอาชนะกันมันสร้างเวรสร้างกรรมทั้งสิ้น
ดูสิในทางโลก สุภาพบุรุษไม่รังแกสุภาพสตรี ผู้ที่ไม่โต้ตอบ นี่ไงสิ่งที่ว่ามันเป็นบาปเป็นกรรม ที่ทำร้ายคนที่อ่อนด้อยกว่าไง แล้วทำร้ายคนที่ไม่ตอบโต้ด้วย โอ้โฮ! ยิ่งเป็นเวรเป็นกรรมเลยนะ อนันตริยกรรม ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อพระโลหิต ทำร้ายพระอรหันต์ เป็นเวรเป็นกรรมทั้งสิ้น
เพราะเขาไม่โต้ไม่ตอบอยู่แล้ว เพราะเขาไม่มีตัวตน เขาไม่มีสิ่งใดที่จะมาคัดค้านอะไรทั้งสิ้น เขามีคุณธรรมในใจของเขา เขามีคุณธรรมในใจของเขานะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ถ้ามีคุณธรรมในหัวใจแล้วจะไม่มีอะไรไปกระทบกระเทือนเขา มี มันมีทั้งนั้นน่ะ ในโลกนี้คนเกิดมาแล้วไม่โดนติฉินนินทาเป็นไปไม่ได้
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเผยแผ่ธรรมนะ มันมีลัทธิเดียรถีย์นิครนถ์ ครองตลาดอยู่แล้วไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเผยแผ่ธรรมๆ ลาภสักการะก็เสื่อมหมดล่ะ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาจ้างคน เวลาเขาจ้างคนนะจ้างนายธนูไปยิงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วจ้างนายธนูไปยิงคนที่ยิงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จ้างยิง ๘ ต่อ ก็ตัดตอน ๘ ชั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการจนเขาเห็นผิดเห็นถูกเขาบวชหมดเลย
นี่ไงเวลาที่มันมีแรงกระทบกระเทือน กระทั่งเวลาในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอน “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอโดนเขาติเตียน โดนเขาติฉินนินทา โดนเขาเหยียบย่ำทำลายนะ เธออย่าเสียใจไปเลย อย่าเสียใจไปเลย ให้ดูเราเป็นตัวอย่าง ไม่มีใครโดนโลกธรรม ๘ รุนแรงเท่ากับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” รุนแรงมาก รุนแรงจนจ้างคนมาฆ่า จ้างทั้งสิ้น
แต่ท่านพลิกสถานการณ์จากสิ่งที่เป็นความชั่วร้ายให้เป็นความดีหมดเลย เป็นความดีหมดเลย แล้วท่านทำของท่าน เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นศาสดาที่เรากราบไหว้บูชากันอยู่นี่ ที่ท่านเลอเลิศในสติ ในปัญญา ในเมตตาคุณ แล้วท่านจะไม่มีใครมาข้องแวะท่านเลยไม่มี เต็มไปหมดเลย แต่! แต่มันเข้าไม่ถึงไง มันตกอยู่ขอบๆ ข้างนอกนั่นน่ะ มันไม่เข้าถึงใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรอก เข้าถึงไม่ได้ ถ้าเป็นพระอรหันต์เข้าถึงไม่ได้ เพราะมันมีคุณธรรมในใจอันนั้นไง อัตตสมบัติ สมบัติส่วนตน สมบัติในใจไง
แต่ของเรา ที่ว่า “ธรรมะเป็นธรรมชาติ ธรรมะเป็นธรรมชาติ” เป็นสมบัติสาธารณะไง สมบัติสาธารณะคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางธรรมวินัยนี้ไว้ แล้วเราขวนขวายมีการกระทำให้เป็นสมบัติส่วนตน ให้เป็นสมบัติของเราให้ได้ ถ้าเกิดสติ สติยับยั้งความคิดหมดเลย ไอ้คิดทำร้าย ไอ้คิดเห็นแก่ตัว ไอ้คิดที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธรรม ทุกคนปรารถนาความสุข เกลียดความทุกข์ เราก็ไม่ปรารถนาความทุกข์ทั้งสิ้น เราปรารถนาความสุข แต่ที่เราทำอยู่นี่มันอะไร ที่ทำอยู่นี่มันคืออะไร นี่กรรมแล้วนะ ถ้ามันทันแล้วมันปล่อยวางหมดล่ะ
โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศเป็นเรื่องธรรมดา ติฉินนินทาเป็นเรื่องธรรมดา เขาจะว่าดีว่าชั่วมันเรื่องของเขา ตัวเราต่างหาก เราพิสูจน์ของเราว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าไม่จริงมันเรื่องธรรมดา ไอ้เรื่องจะไม่มีเลยมันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้หรอก
เพราะจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ สร้างเวรสร้างกรรมมามหาศาล การสร้างเวรสร้างกรรมมหาศาล กรรมดีก็มี กรรมชั่วก็มี เวลากรรมมันให้ผลแล้ว กรรมให้ผลก็สาธุ! ยิ้มรับมัน เราทำเอง เราทำเอง เราทำเองไง เราเป็นคนที่มีมรรยาทดีงาม ใครๆ เขาก็ไม่ติฉินนินทาเรา
แต่ถ้าเรากระโชกโฮกฮากอย่างนี้ ทุกคนก็ติฉินนินทาทั้งนั้น ความกระโชกโฮกฮาก เห็นไหม แรงของธรรม แรงของธรรม เวลากิเลสมันฟูขึ้นมาในใจ จะบอกว่าคุณหนู คุณหนู มันไม่ฟังหรอก เวลากิเลสมันฟูมาในใจ มันอยู่จิตใต้สำนึก เวลาหลวงตาท่านสอนนะ เวลาแสดงธรรมๆ เทศนาว่าการให้พุ่งเข้าไปที่จิตใต้สำนึก ให้พุ่งเข้าไปที่อวิชชา ให้มันพุ่งเข้าไปที่หัวใจที่มันแอบซ่อนอยู่เนี่ย ถ้ามันพุ่งไปที่นั่นได้ผล พอได้ผลขึ้นมา การแสดงธรรมจะได้ผลไม่ได้ผล ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก ลูบหน้าปะจมูกมันก็ลูบหน้าปะจมูก ล้างหน้าล้างตาวันยังค่ำ ไม่มีวันจบสิ้น
แต่ถ้ามันแทงเข้าไปกลางหัวใจ แทงใจดำนะ คนคนนั้นมันเปลี่ยนพฤติกรรม คนคนนั้นจะเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิด ถ้ามันคิดได้ ถ้ามันมีอำนาจวาสนานะ ถ้าไม่มีอำนาจวาสนาก็กรรมของสัตว์ เวลาหลวงตา ครูบาอาจารย์ท่านเทศนาว่าการ เห็นไหม เราได้ทำหน้าที่ของเราแล้ว แสดงธรรมๆ ให้ธรรมเป็นทาน ให้ธรรมเป็นทาน ให้สติ ให้ปัญญา ให้สามัญสำนึกเขา คิดได้ไม่ได้เรื่องของเขา มันเรื่องของเขา เราทำความดีแล้ว เราทำสุดความสามารถแล้ว
สิ่งที่เวลาถ้ามันเป็นธรรม เป็นธรรม ไอ้คนที่มันคิดได้นั่นมันคิดได้ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก แล้วถ้ามันคิดได้ปั๊บ อย่างที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากราบธรรม กราบธรรม เราจะกราบความถูกต้องชอบธรรม คนดีนะรู้จักผิดชอบชั่วดี อะไรดี อะไรชั่ว พฤติกรรมของเรา เราทำความดีใส่หัวใจของเรา ให้ใจมันมีสัจจะ มีขันติธรรม มันมีขันติธรรม มันมีความอดทนนะ
เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ คนที่ด้อยกว่า เด็กๆ มันติฉินนินทาเราได้ อย่างนี้ประเสริฐ คนที่เสมอกันติฉินนินทาได้ อย่างนี้ธรรมดา ยิ่งคนมีอำนาจติฉินนินทาได้ คือคนที่มีอำนาจบอกกล่าวเราฟัง หยาบๆ ไอ้คนที่มันด้อยค่าสิ
นี่ก็เหมือนกัน ธรรมะเป็นธรรมชาติ เราเห็นใบไม้ตก เป็นพระอรหันต์ได้นะ พระอรหันต์ ใบไม้มันแก่มันเฒ่ามันปลิดจากขั้ว ถ้าคนมีคุณธรรมนะ เออ! ชีวิตก็เป็นแบบนั้น กิเลสมันต้องเป็นแบบนั้นสิ แล้วถ้ากิเลสมันเป็นแบบนั้นเพราะอะไร
เพราะเขาทำความสงบของใจทำสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิ ถ้าเขายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ ยกขึ้นสู่วิปัสสนาเขาใช้สติปัญญาของเขาได้ เวลาใบไม้หลุดจากขั้วมันกระทบเลย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป คือไตรลักษณ์ เกิดขึ้นคือเราสามารถยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ เราสามารถมีสติปัญญาเท่าทันความรู้สึกเราได้ แล้วเวลามันหลุดจากขั้ว นั่นใบไม้หลุดจากขั้วนะ กิเลสหลุดจากใจ ขาดจากใจ เป็นสมุจเฉทปหาน
ถ้ามันเป็นความจริงนะ แล้วสมุจเฉทปหาน เห็นไหม เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาตรัสรู้ธรรมนะ โลกธาตุหวั่นไหว โลกธาตุไหวหมดเลย แต่ของเราร่างกายไหวหมดเลย ความรู้สึกมันสะเทือนหมดเลย เวลาโลกธาตุหวั่นไหว หวั่นไหวเพราะอะไร เพราะกิเลสมันขาดจากใจ ดั่งแขนขาด
แล้วทำอะไรกัน ลูบๆ คลำๆ บรรลุธรรม นอนตื่นขึ้นมาเป็นพระอรหันต์ ใครๆ ก็ให้ชื่อตัวเองได้ทั้งสิ้น กิเลสมันหลอกนะ เวลามันหลอก ทุกคนอยากได้คุณงามความดี อยากได้คุณงามความดีต้องกระทำให้มันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา เป็นความดีของเรา แล้วเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เกิดเป็นมนุษย์เป็นอริยทรัพย์ เวลาเกิดเป็นอริยทรัพย์ขึ้นมาแล้ว มีอริยทรัพย์ เห็นไหม เพราะอะไร เพราะมันหิว มันกระหาย มันทุกข์มันยาก มันเตือนเราตลอดเวลาไง เวลามรณภัยขึ้นมามันเตือนเราตลอดเวลาไง
ถ้าเรามีสติปัญญา เรามีสติปัญญาใคร่ครวญค้นคว้า ใคร่ครวญค้นคว้าในงานของหัวใจไง หน้าที่การงาน สัมมาอาชีพเลี้ยงปากไง นี่คือวาสนาของคนนะ คนมีวาสนาทำสิ่งใดประสบความสำเร็จไง คนที่อำนาจวาสนาอ่อนด้อยทำอะไรผิดพลาด ทำอะไรไม่สมความปรารถนา ผิดพลาดตลอด วาสนาของคนไม่เท่ากันไง
แต่เวลาจะภาวนา เวลาจะรื้อภพรื้อชาติ ต้องทำสัมมาสมาธิเข้ามาในใจของตนไง พอเป็นสัมมาสมาธิ มันมีกำลังของมัน ยกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ไง ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนาได้ ถ้าปัญญาภาวนามยปัญญา ปัญญาที่มันกำลังใคร่ครวญ กำลังค้นคว้า กำลังแสวงหากันอยู่ เห็นใบไม้หลุดจากขั้ว คนที่เขาแสวงหา เขาค้นคว้านะ
ในพระไตรปิฎกนะ มีพระจะไปถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถามปัญหาธรรมะนี่แหละ แล้วเขาก็ใช้ปัญญาของเขาอยู่ เวลาไปถึงแล้ว ไปถึงใต้กุฎีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝนมันตกหนักไง ตกหนักขึ้นมาน้ำมันเจิ่งนองไปหมดไง น้ำหยดจากชายคาๆ หยดติ๋ง พอมันเป็นฟอง เป็นตุ่มขึ้นมา แล้วมันก็แตกไง ถ้ามันอยู่วิปัสสนาทางที่มันเกิดขึ้นมันพิจารณาพร้อมกับกิเลสในหัวใจ ปุ๊!ไม่ขึ้นไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเป็นไตรลักษณ์มันเป็นแบบนี้
ถ้าเป็นอนิจจัง นอนอย่างกับหมูเลย อืม! ความคิดดี อนิจจัง มันเป็นเรื่องโลกๆ มันสามัญสำนึกของโลก ถ้าเป็นธรรมต้องเป็นธรรมอย่างนี้ไง นี่พูดถึงอำนาจวาสนานะ ถ้าสิ่งใดที่เป็นธรรมนะ มันเป็นธรรมจากหัวใจแล้ว ข้างนอกมันจะเป็นธรรม แต่ถ้ามันมีกิเลสตัณหาความทะยานอยากมันเกาะกุมหัวใจ หน้าไหว้หลังหลอก เวลาต่อหน้าทำชื่นบาน ลับหลังคอตก มีแต่ความทุกข์ความยากนะ
นี่ก็เหมือนกัน ถ้าใครมีโอกาส โอกาสที่ของที่เราจะบริหารจัดการ เราอย่าให้กิเลสมันฟู เราจะสร้างอำนาจวาสนาบารมีของเรา เราจะทำเพื่อประโยชน์กับโลก เพื่อประโยชน์กับบุญกุศลของเราด้วย ความเป็นธรรมๆ ไม่ใช่ของเราก็แล้วแต่ อนุโมทนาทาน อนุโมทนาเห็นเขาทำคุณงามความดีแล้วสาธุ! ไม่ใช่เห็นเขาทำความดีแล้วจะทิ่มจะตำ ถ้าเห็นเขาทำความชั่วแล้วส่งเสริมเขา มันไม่ใช่อนุโมทนาทาน
อนุโมทนาคือหัวใจมันเป็นสุภาพบุรุษ มันมีสติปัญญาเท่าทัน แล้วทำเพื่อประโยชน์ ทำเพื่อประโยชน์ อย่างนี้แหละที่มันจะทำให้จิตใจเข้มแข็ง จิตใจแก่กล้า แล้วเวลาจะทำภาวนามยปัญญา ปัญญามันเกิดขึ้นมามันมีพื้นฐาน
จิตใจที่มันอ่อนแอ นั่งก็เจ็บ เดินก็เจ็บ นั่ง ๒ ทีจะเป็นพระอรหันต์ให้ได้ ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ กูก็จะเป็นให้ได้ แล้วเป็นอย่างไรล่ะ มีแม่พิมพ์ใช่ไหม ปั๊มเอาใช่ไหม ซื้อเอาเซเว่นนู่น พระอรหันต์จากเซเว่นมี มึงไปเอาเองนู่น
แต่ถ้าทำจริงนะมันต้องการกระทำความเป็นจริงเป็นจังของเรา ของเราทั้งสิ้น เวลาทานอาหาร เราตักใส่ปากเราก็อิ่มท้อง เวลาภาวนาก็ต้องเป็นสมบัติของเรา แล้วถ้าตักอาหารสารพิษเข้าไปมันเป็นพิษทั้งนั้น เวลาภาวนาไปแล้วนะ เป็นมิจฉาทิฏฐิความเห็นหลอกลวงเข้าไป ดึงให้เราหลงทางไปพร้อมกับกิเลส เพราะหลงทางไปแล้วเป็นทางของกิเลส ไปเข้ากับกิเลส กิเลสมันก็ส่งเสริม เห็นไหม เทวทัต เทวทัต ทำให้มีแต่ความเสียหาย
ตั้งสติไว้ เราเกิดเป็นคน ในสังคมมีทั้งดีและเลว เราต้องคัดเลือก คัดแยกของเราเอง อย่าเชื่อ กาลามสูตร พระพุทธเจ้าสอน อันดับหนึ่งในพระพุทธศาสนามีศาสนาเดียวที่สอนไม่ให้เชื่อ อย่าให้เชื่อแม้แต่อาจารย์สอน ต้องพิสูจน์ด้วยการประพฤติปฏิบัติของเรา อย่าเชื่อ ที่สอนๆ เราอยู่ จริง ไม่จริงยังไม่รู้ ถ้าจริง ไม่จริงอยู่ด้วยกัน พิจารณาไปมันรู้เท่าทั้งนั้นน่ะ
คนจะมีศีลมีความสมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์อยู่ด้วยกัน ๑๐ ปี ๒๐ ปีมันเห็นหมดล่ะ ถ้าเป็นธรรม ธรรมจะรู้ได้ต่อเมื่อพูด ธรรมจะรู้ได้ต่อเมื่อแสดงออกมา ถ้าแสดงออกมามีแต่ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง มันก็ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง เจริญพร เจริญพร นู่นยังไม่เสร็จ นี่ยังไม่เสร็จ จะเอาอย่างนั้น ไม่มีอะไรเสร็จหรอก มันแปรสภาพทุกวัน หัวใจต่างหากที่จะให้มันจบได้ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเข้ามาที่นี่
ไอ้นั่นมันเป็นที่อยู่อาศัย มันเป็นที่อยู่อาศัย อารามิกชน ผู้ไม่มีบ้านไม่มีเรือนอาศัย แล้วบ้านเรือนของใจล่ะ สมาธิทำได้หรือยัง ปัญญาเกิดขึ้นหรือไม่ สิ่งที่พระพุทธเจ้า ศาสนาแห่งปัญญา ปัญญาอะไร ปัญญาเอาชนะตนต่างหาก ปัญญาเอาชนะกิเลสที่มันฟูขึ้นมา ปัญญาที่มันทุกข์มันยากอยู่นี่ ไม่ใช่ปัญญาจะไปแข่งขันกัน จะไปชิงดีชิงชั่ว ไม่มี
เอาปัญญาแท้ๆ ในพระพุทธศาสนา เอาชนะตนเองให้ได้ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ถ้าไม่มีธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีใครทำได้หรอก ไม่มีใครจะมีความรู้ได้ แต่นี้เพราะมันมีพระพุทธศาสนา เราเกิดมาท่ามกลางพระพุทธศาสนา มีอาวุธทุกอย่างพร้อมแล้ว เราพร้อมหรือไม่พร้อมต่างหาก เอวัง